มูฮัมหมัด อาลี
บทความกีฬาที่น่าสนใจ

มูฮัมหมัด อาลี ยอดมวยยักษ์ในตำนาน ที่เรื่องราวของเขา ถูกเล่าขานกันอย่างไม่รู้จบ

มูฮัมหมัด อาลี นักสู้ผืนผ้าใบ ผู้ที่ไม่เคยย่อท้อโชคชะตา เขาออกเดินทางตามฝันตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็ก และลิขิตชะตาชีวิตของตัวเอง ด้วยสองกำปั้น

มูฮัมหมัด อาลี กว่า 30 ปี มาแล้ว ที่ยอดนักชกผู้ที่ ได้ชื่อว่า เป็นราชาแห่ง สังเวียนผ้าใบ ผู้ที่มี เรื่องราวชีวิต เป็นเหมือน ดั่งตำนาน จะได้ทำการแขวนนวม อำลาเวทีของลูกผู้ชายไปแล้ว

แต่ว่าลีลา ที่เขาเคย วาดลวดลาย เอาไว้บน เวทีประลอง รวมไปจนถึง ผลงานต่างๆ ที่ได้สร้าง ชื่อเสียงเงินทอง ให้เขาได้ ก้าวขึ้นเป็น นักชกที่มีอิทธิพล ต่อวงการมวยโลก มูฮัมหมัด อาลี ฉายา

และเหล่าบรรดา สื่อมวลชนกีฬา รวมไปจนถึง กองทัพแฟนกีฬา มวยสากลอาชีพ ตั้งแต่ในอดีต มาจนถึง ในปัจจุบัน นั้นยังคง ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ของพวกเราทุกคน

มูฮัมหมัด อาลี

อดีตราชา นักชกรุ่นยักษ์ ผู้ที่เพียบพร้อม ไปด้วยคุณสมบัติ ของยอดมวย ระดับโลก อย่างแท้จริงผู้นี้ ได้มีเรื่องราว ที่น่าสนใจ ในการที่จะ ทำการศึกษา ของคนในรุ่นหลัง มูฮัมหมัด อาลี เป็นโรคอะไร

โดยถึงแม้ว่า เขาจะวางมือ จากการซัดปาก เพื่อนร่วมอาชีพ บนสังเวียน ไปนานแล้ว แต่งานกิจกรรม ที่เป็นงาน การกุศลต่างๆ ที่เขาได้ อุทิศตัว ไปเข้าร่วม

รวมไปจนถึง งานที่เกี่ยวข้องกับวงการมวยโลก ยกตัวอย่างเช่น นัดการแข่งขัน การชกมวย ในรายการต่างๆ ก็ยังเป็นสิ่ง ที่แฟนมวย ยังคงให้ ความสนใจ ในการติดตาม อยู่เป็นระยะๆ มาโดยตลอด

เรียกให้เข้าใจได้ง่ายๆ นั่นก็คือ ชื่อของเขานั้น ก็ยังคงขายได้ ถึงแม้ว่า เวลาจะผ่าน ล่วงเลยไป นานอีกสักแค่ไหนก็ตาม นี่แหละยอดมวย ผู้ที่มีชื่อเสียง เป็นอมตะตัวจริง มูฮัมหมัด อาลี ลอนนี่ อาลี

ที่มาของความเกรียงไกรบนสังเวียนผ้าใบ

ในเมือง ลุยวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ เมืองหนึ่งในรัฐ เคนตักกี ประเทศ สหรัฐอเมริกา โดยในวันนั้น เป็นวันที่ 17 มกราคม ปี ค.ศ. 1942

เด็กชาย “เคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์” หรือที่เรา รู้จักกันดี ในนามของ “มูฮัมหมัด อาลี” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ที่นั่นในวันนั้น มู ฮัม หมัด อาลี tyson 

และเมื่อเขา ได้เติบโตขึ้น จนอายุได้ 12 ปี “โจ มาร์ติน” เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชาวไอริช ได้เป็นผู้ ที่ทำหน้าที่เป็นครูมวย ให้กับเขา เป็นครั้งแรก

ด้วยเหตุผล เพียงเพราะว่า เขาต้องการที่จะจัดการ กับหัวขโมย ที่ได้มา ขโมยรถจักรยาน สุดรักของเขาไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ เขาจะต้องต่อสู่ ในช่วงเวลา ที่การเหยียด ในเรื่องของสีผิว มีความรุนแรง เป็นอย่างมาก ในสังคม ของคนอเมริกัน ในขณะนั้น

และจากการทุ่มเท ในการฝึกฝน อย่างเอาจริงเอาจัง ส่งผลให้ เพชรเม็ดงาม ในอนาคต ของวงการมวยโลก ได้รับการเจียระไน จนค่อยๆ เปล่งประกาย แสงทีละนิด 

และได้เริ่ม ก้าวขาเข้าไป สู่วงการชกมวย เป็นครั้งแรก ด้วยการผ่าน การคัดตัว เข้าร่วมทีม ทัพนักกีฬา ของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่ิอลงสู้ศึก มวยโอลิมปิก รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในปี ค.ศ. 1960 มู ฮัม หมัด อาลี แพ้

มูฮัมหมัด อาลี

แล้วเพชรก็คือเพชร เขาสามารถ คว้าเหรียญทอง ในการลุย สังเวียนโอลิมปิก ครั้งแรกในชีวิตได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งมันก็ เป็นความภูมิใจ ที่ทำให้เขา คล้องเหรียญนั้น ไว้ที่คอ อยู่ถึงสองวัน กันเลยทีเดียว

แต่ในยุคที่ ในสังคมของ คนอเมริกันนั้น ยังคงมี เรื่องของการ เหยียดสีผิว กันอย่างรุ่นแรง และถึงแม้ว่า จะเสร็จศึก ในโอลิมปิกไปแล้ว และเขาก็ได้ กลับมาถึงบ้านเกิด ในฐานะของ วีรบุรุษ เหรียญทองของประเทศ มูฮัมหมัด อาลี คำคม 

แต่เขาก็ได้ตัดสินใจ ปาเหรียญรางวัล เหรียญนั้นทิ้งลงถังขยะไป ด้วยสาเหตุเพียงเพราะที่เขา เป็นคนผิวสี และร้านอาหารแห่งหนึ่ง ไม่ยอมให้เขาเข้าไปจัดงาน เฉลิมฉลองตำแหน่งแชมป์นั่นเอง

และหลังจาก ผลงานอัน ยอดเยี่ยมจาก โอลิมปิก ในปีนั้น “แองเจโล ดันดี” ยอดเทรนเนอร์ชื่อดัง ชาวอเมริกัน ก็ได้มา ให้ความสนใจ ในตัวเขา และได้ทำการ ยื่นข้อเสนอ เกี่ยวกับการ ก้าวเข้าสู่ การชกมวยอาชีพ ในอนาคต อย่างจริงจัง 

และทุกอย่าง ก็เป็นไปแบบ หักปากกาเซียน เมื่อเขาเดินหน้าไล่ทุบ “ซอนนี่ ลิสตัน” จนร่วงคาเวที จนสามารถ คว้าเอาเข็มขัด แชมป์ในสมัยแรก มาคาดเอวได้ เป็นผลสำเร็จ ส่งผลให้ ชื่อของดาวดวงใหม่ดวงนี้ โด่งดังเป็นพลุแตก ได้เพียงแค่ ชั่วข้ามคืน 

นักชกผู้เต็มไปด้วยข่าวอันโด่งดัง

มูฮัมหมัด อาลี

เมื่อในปี ค.ศ. 1967 ได้มีเหตุการณ์อันโด่งดัง เกี่ยวกับเขา ในกรณีที่เขาได้ประกาศว่า ขอปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับกองทัพสหรัฐ เพื่อเข้าสู่สมรภูมิรบใน สงครามเวียดนาม

ด้วยคำพูดที่เป็น อมตะประโยคที่ว่า “I ain’t got no quarrel with them Viet Cong” ( ผมไม่เคยมีความขัดแย้งอะไร กับพวกเวียดกง ) โดยคำพูดนี้ ส่งผลให้เขาต้องโทษจำคุก และปรับเป็นเงิน เป็นการตอบแทน ฟุต เวิร์ค มู ฮัม หมัด อาลี

ในช่วงเวลาเช้า ของวันที่ 3 มิถุนายน 2559 ได้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่หลวง ของวงการมวยโลก ยอดนักชกรายนี้ต้องจากโลก ใบนี้ไปในวัย 74 ปี มันได้สร้างความโศกเศร้าเสียใจ ให้กับแฟนหมัดมวยทั่วโลก แต่เรื่องราวของเขา จะยังคงอยู่คู่กับวงการมวย ตลอดไป

Artist Em

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น